เอกสารอ้างอิง . เลขข้อ หมายถึงข้อ ในระเบียบสหกรณ์ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก 2543
วงเงินให้กู้ คิดตามอายุสมาชิกภาพและเงินได้รายเดือน กำหนดตามประกาศของสหกรณ์เป็นคราว ๆ ไป
ข้อ 3 “เงินได้รายเดือน” หมายความว่า เงินได้รายเดือนตามข้อบังคับสหกรณ์ ที่สมาชิกได้แจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ และได้จ่ายเงินค่าหุ้นตามเกณฑ์คำนวณจากเงินได้รายเดือนนั้นแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน
ข้อ 5 ให้สมาชิกกู้เงินได้เฉพาะกรณีเพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
ข้อ 6 ผู้กู้ต้องยื่นคำขอกู้ตามแบบที่กำหนดและทำหนังสือกู้ตามแบบที่สหกรณ์กำหนด(ควรทำพร้อมกัน)
ข้อ 8 เมื่ออนุมัติเงินให้กู้แล้ว สหกรณ์จะโอนเงินกู้เข้าบัญชีฝากเงินกู้ของสมาชิกทันทีในวันที่กำหนดให้สมาชิกไปรับเงินกู้ และเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันเดียวกัน
ข้อ 9 ผู้กู้ขอรับเงินกู้โดยการถอนเงินกู้ออกจากบัญชีฝากเงินกู้(ถอนทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้) และต้องลงชื่อรับรองยอดคงเหลือทุกครั้ง
ข้อ 10 เงินกู้ที่ค้างอยู่ในบัญชีสหกรณ์คิดดอกเบี้ยให้ร้อยละห้าต่อปี (มากกว่าเงินรับฝากสองเปอร์เซ็นต์)
ข้อ 12 ผู้กู้ต้องชำระต้นเงินกู้ในเดือนถัดจากที่ได้รับอนุมัติเงินกู้ และดอกเบี้ย(ร้อยละ11 ต่อปี)ในเดือนที่โอนเงินกู้เข้าบัญชี
ถ้ามีเหตุจำเป็นผู้กู้จะขอชำระหรือค้างส่งเงินต้นก็ได้ แต่ดอกเบี้ยต้องชำระทุกเดือน โดยขอเป็นหนังสือ
ข้อ 15 ผู้กู้ต้องมีหลักประกัน ซึ่งปัจจุบันนี้สหกรณ์ยอมรับหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
ต่อไปนี้
เงินค่าหุ้น หรือเงินฝากในสหกรณ์ หรือสมาชิกเป็นผู้ค้ำประกันชนิดไม่จำกัดความรับผิด
เฉพาะเงินกู้ฉุกเฉิน ไม่ต้องมีหลักประกันใด นอกจากค่าหุ้นและเงินฝากของตน
ข้อ 19 เงินกู้สามัญ คณะกรรมการจะกำหนดให้มีผู้ค้ำประกันหลายคนก็ได้ แต่ต้องมีผู้ค้ำประกันชนิดไม่จำกัดความรับผิดอย่างน้อยหนึ่งคน ปัจจุบันคิดตามวงเงินกู้ (ไม่เกิน คนละ 30,000 บาทต่อคน) แต่อย่างน้อยต้องมี 3 คน
ข้อ 20 สมาชิกคนหนึ่งๆ จะเป็นผู้ค้ำประกันสัญญาเงินกู้สามัญกี่รายก็ได้ เท่าที่ตนยังมีวงเงินค้ำประกันเหลืออยู่
ข้อ 21 ให้คณะกรรมการ(เงินกู้) ตรวจตราควบคุมให้เงินกู้ทุกรายมีหลักประกันตามที่ระเบียบกำหนด
ไว้ในระเบียบนี้
ข้อ 26 ดอกเบี้ยเงินกู้คิดเป็นรายวันตามต้นเงินคงเหลือ(ปัจจุบันร้อยละสิบต่อปี)
ข้อ 27 ดอกเบี้ยเงินกู้นั้นให้คิดเดือนละหนึ่งครั้งเป็นจำนวนเต็มบาท โดยปัดเศษขึ้น เว้นแต่มีเศษน้อยกว่าห้าสิบสตางค์ให้ปัดเศษลง
ข้อ 28 เงินต้นที่ผิดนัดไม่ชำระงวดประจำเดือนผู้กู้ต้องเสียค่าปรับอีกอัตราร้อยละ 2 ของเงินต้นที่ผิดนัดนั้น เฉพาะเดือนที่ผิดนัด
ข้อ 31 ผู้ขอกู้เงินสามัญ ต้องมีสมาชิกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ระดับผู้จัดการหรือหัวหน้างานของตนเป็นผู้
รับรอง เว้นแต่ผู้ขอกู้มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการหรือหัวหน้างานขึ้นไป หรือมีเงินได้รายเดือนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันบาท หรือไม่มีผู้บังคับบัญชาในส่วนงานที่ตนสังกัดเป็นสมาชิกเลย
ข้อ 32 คณะกรรมการเงินกู้เป็นผู้พิจารณาและอนุมัติคำขอกู้เงินสามัญ ตามหลักเกณฑ์ในระเบียบนี้และที่คณะกรรมการกำหนด และมีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้แทนคณะกรรมการ
ให้คณะกรรมการเงินกู้ พิจารณาคำขอกู้เงินสามัญเป็นประจำทุกเดือนอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง โดยจัดลำดับผู้ได้รับอนุมัติให้กู้แล้วประกาศผลพร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาวันจ่ายเงินกู้ไม่น้อยกว่าสามวัน ทั้งนี้ คำขอกู้ที่
สหกรณ์ได้รับในเดือนใดให้พิจารณาภายใน 5 วันทำงานแรกของเดือนถัดไป เว้นแต่สหกรณ์จะมีทุนหมุนเวียนเหลือ จะให้มีการพิจารณาคำขอกู้เงินสามัญในระหว่างเดือนอีกก็ได้
ข้อ 33 กรณีที่สหกรณ์มีเงินไม่พอที่จะให้กู้ได้ตามคำขอกู้ทุกราย ให้คณะกรรมการเงินกู้ จัดลำดับคำขอกู้ที่รับอนุมัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) เงินกู้ซึ่งผู้กู้มีความจำเป็นเดือดร้อนยิ่งอันพิสูจน์ได้ว่า ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีจะเป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดผลเสียอย่างมาก ต่อการดำรงชีพ หรือการประกอบอาชีพของตนเองและครอบครัว
(2) เงินกู้ซึ่งใช้หุ้น เงินฝากในสหกรณ์ จำนำเป็นหลักประกัน
(3) เงินกู้ซึ่งใช้สมาชิกเป็นผู้ค้ำประกัน
ในระหว่างเงินกู้ซึ่งอยู่ในลำดับเดียวกันจัดลำดับดังต่อไปนี้
(ก) เงินกู้ซึ่งมีจำนวนน้อยพึงให้ก่อนเงินกู้ซึ่งมีจำนวนมาก ถ้าจำนวนเงินกู้เท่ากันให้เงินกู้ที่มีจำนวนงวดชำระน้อยพึงให้ก่อนเงินกู้ที่มีจำนวนงวดชำระมาก
(ข) ผู้กู้ที่ไม่เคยขอกู้พึงให้เงินกู้ก่อนผู้กู้เคยกู้แล้ว ผู้กู้ที่ไม่มีหนี้เงินกู้สามัญเหลืออยู่ก่อนยื่นคำขอกู้พึงให้เงินกู้ก่อนผู้กู้ที่ยังมีหนี้เงินกู้สามัญเหลืออยู่ ผู้กู้ที่มีหนี้เงินกู้สามัญเหลือจำนวนงวดชำระเหลือน้อยพึงให้ก่อนผู้กู้ที่มีจำนวนงวดชำระเหลือมาก ผู้กู้ที่มีจำนวนงวดชำระเหลือเท่ากัน ให้ผู้กู้ที่มีหนี้ต้นเงินกู้เหลือน้อยกว่าพึงให้ได้รับเงินกู้ก่อนผู้กู้ที่มีหนี้ต้นเงินกู้เหลือมาก
ข้อ 34 กรณีมีเหตุผลพิเศษอันสมควร คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาเงินกู้ต่างไปจากที่กำหนดในข้อ 33 โดยประกาศให้ใช้บังคับได้เฉพาะในสมัยของคณะกรรมการนั้นก็ได้ หรือจะพิจารณาเป็นอย่างอื่นเฉพาะรายก็ได้
ข้อ 35 กรณีสมาชิกที่ยังมีหนี้เงินกู้สามัญเหลืออยู่ จะขอกู้เงินสามัญอีกได้เมื่อพ้นเวลาไปครึ่งหนึ่งของที่กำหนดไว้ในสัญญาเงินกู้สามัญปัจจุบัน และต้องมีเงื่อนไขให้นำเงินกู้รายใหม่ไปชำระหนี้เงินกู้สามัญพร้อมทั้งดอกเบี้ยที่ค้างอยู่ให้หมดไปด้วย แต่ถ้าผู้กู้ร้องขอและคณะกรรมการเห็นว่ามีเหตุผลจำเป็นยิ่ง จะยกเว้นเงื่อนเวลาดังกล่าวก็ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น