ที่ตั้งสำนักงาน : 198 หมู่ 1 ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร 74120

โทร.0-3441-9568

วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553

แนวทางในการปฏิบัติของผู้ค้ำประกันเงินกู้สามัญ

ตามสัญญาค้ำประกัน  -   ผู้ค้ำประกันยินยอมสละสิทธิตาม มาตรา 688, 689 และ 690 แล้ว

ผู้ค้ำประกัน  มีสิทธิขอชำระหนี้เป็นงวด และกำหนดเวลาตามที่ผู้กู้ทำไว้เดิม แต่เจ้าหนี้(สหกรณ์) จะผ่อนผัน(ลดค่างวดหรือยืดเวลาชำระหนี้) ให้ก็ได้

หลังจากรับสภาพหนี้แล้ว

                ผู้ค้ำประกันมีสิทธิตาม มาตรา 693 คือ รับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ที่มีเหนือลูกหนี้ทุกประการ  มีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ เพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ยและเพื่อการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายไปอย่างใดๆ เพราะการค้ำประกันนั้น
                แต่ ผู้ค้ำประกันต้องบอกกล่าวแก่ลูกหนี้ก่อน ถ้าไม่ได้บอกหรือลูกหนี้ยังไม่รู้ความและได้ชำระหนี้ซ้ำ  จะเรียกเอาจากลูกหนี้ไม่ได้  แต่จะเรียกคืนจากเจ้าหนี้ได้
                ทางปฏิบัติ  ถ้าลูกหนี้ได้มาชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ภายหลังที่ผู้ค้ำประกันรับสภาพหนี้แล้ว  สหกรณ์จะรับไว้ก่อน แล้วแจ้งให้ผู้รับสภาพหนี้ทราบ(เพื่อลดยอดหนี้ลงกรณีที่ยังชำระหนี้ไม่หมด)  หรือแจ้งให้มารับคืน(กรณีที่ชำระหนี้หมดแล้ว)
                หมายเหตุ  ผู้ค้ำประกันมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการช่วยผู้ค้ำประกันเฉพาะในกรณีที่ผู้กู้ถูกหน่วยงานต้นสังกัด มีคำสั่งเป็นหนังสือไล่ออกหรือให้ออกโดยมีความผิด  ซึ่งมีสวัสดิการดังนี้
    (1)  ร้อยละ 10 ของจำนวนเงินชำระหนี้ครั้งเดียวหมด ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่สหกรณ์แจ้งหนี้
                (2)  ร้อยละ 10 ของจำนวนเงินที่ชำระหนี้งวดแรก ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่สหกรณ์แจ้งหนี้ และผู้ค้ำประกันได้ทำสัญญารับชำระหนี้แทนผู้กู้ และอีกร้อยละ 10 ของยอดเงินต้นที่ชำระหนี้งวดสุดท้าย ให้เสร็จสิ้นไปภายใน 12 เดือน นับแต่วันทำสัญญารับชำระหนี้แทน
                ซึ่งการจ่ายเงินตาม (1) หรือ (2) จะต้องให้สหกรณ์หักใช้หนี้ที่ยังค้างอยู่ไว้ก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น